เส้นทางสายไหม หลานโจว ตุนหวง

เส้นทางสายไหม หลานโจว ตุนหวง
丝绸之路之兰州敦煌


          “ประเทศไทยมันร้อน ร้อนเหมือนทะเลทราย” เป็นประโยคที่ได้ยินติดหูบ่อยมาก เออวุ้ย ว่าแต่ทะเลทรายนี่มันร้อนจริง ๆ เร๊อออ  ก็ได้แต่สงสัย กินไม่ได้ นอนไม่หลับ ขับถ่ายไม่สะดวก :P ก็อยากจะไปดูสักหน่อย และแล้วก็เกิดเป็นทริปเส้นทางสายไหม ล่าทะเลทราย ล่าอูฐ อู๊ด อู๊ดดดดดด \^0^/
         ครั้งนี้มีผู้ร่วมเดินทางทั้งหมด 4 คน ยานพาหนะหลักยังคงเป็นรถไฟเช่นเดิม เพราะสะดวกและราคาถูกเหมาะสมกับฐานะพวกเราที่สุด 555 
         หลังจากศึกษาเส้นทางรถไฟ ก็เลือกเริ่มต้นการเดินทางจากเมืองเทียนจิน ไปยังเมืองปักกิ่ง โดยรถไฟความเร็วสูงซึ่งใช้เวลา 30 นาที ราคา 55 RMB (คูณ 5 กันเอง) เมื่อถึงเมืองปักกิ่ง ก็ไปต่อคิวรับตั๋วรถไฟซึ่งซื้อไว้ล่วงหน้าแล้วผ่านแอพลิเคชั่น 铁路12306 (ที่สุดของความสะดวก) ตรงนี้ล่ะ แค่เริ่มก็พีคแล้วฮะ ห้องขายตั๋วมีมวลมหาประชาชนจีนมหาศาลเหนือความคาดหมาย  เวลารถไฟออกเริ่มนับถอยหลังจาก 1 ชม. เป็น 40 นาที 30 นาที 15 นาที T^T ในหัวคิดไปต่าง ๆ นานา ทั้งค่าตั๋วรถไฟที่ซื้อไปแล้วทั้งหมด ค่าที่พัก ที่เที่ยวอีกล่ะ ย๊ากกกกก อยากกรี๊ดกลางห้องขายตั๋ว > < แต่พอตั้งสติได้พวกเราจึงปรึกษากันและรวบรวมความกล้าเดินไปพูดกับคนที่เข้าแถวด้านหน้า (หลายคนมาก ฮือออ > <) เพื่อขอรับตั๋วก่อน (ตรง ๆ ก็ขอแซงคิวแหละจ้าาา) >< แล้วลุง ๆ ป้า ๆ ก็ยอมด้วย กราบ (คนจีนก็ไม่แล้งน้ำใจ จริงมะ...) ได้รับตั๋วปุ๊บก็วิ่งตัวใครตัวมันแบกเป้หัวฟูเลยค่ะ
รถไฟที่จะพาไปเมืองหลานโจว (ขบวน Beijing xi - Lanzhou)

       พวกเราโดยสารรถไฟจากเมืองปักกิ่งไปยังเมืองหลานโจว ใช้เวลานั่ง 18 ชม. (เบาะนั่ง ราคา 189.5 RMB) เมื่อเดินทางไปถึงก็ได้ไปฝากกระเป๋าเป้ที่จุดรับฝาก เสียเงินกันคนละ 10 RMB ตัวเบาพร้อมเที่ยวในเมืองหลานโจวฆ่าเวลาระหว่างรอรอบรถไฟไปเมืองตุนหวง 
หน้าสถานีรถไฟหลานโจว

       สถานที่ที่เลือกไปในวันนี้ที่แรกคือ สวนสาธารณะภูเขาไป๋ถ่า (白塔山公园)บรรยากาศด้านในเหมือนสวนจีนทั่วๆไป ไม่มีอะไรพิเศษ 
เมื่อเดินขึ้นไปบนเขามีกลุ่มนักเรียนกำลังนั่งวาดรูปอยู่หลายคน 

ถัดไปมีวัดจีนเล็ก ๆ ซึ่งจังหวะเหมาะมีพระจีนกำลังประกอบพิธีกรรมบางอย่างพอดี 
  


       จากนั้นเดินทางไปดูกังหันน้ำประจำเมือง(水车博览园)และแม่น้ำฮวงโหหรือแม่น้ำเหลือง (黄河)ซึ่งเป็นแม่น้ำที่ยาวเป็นอันดับ 2 ของจีน   


 กังหันน้ำของเมืองหลานโจว

ริมแม่น้ำฮวงโห เห็นแล้วต้องร้อง โอ้โห น้ำเหลืองจริง ๆ เหมือนที่เคยอ่านในหนังสือ

แพไม้ไผ่ที่ทำจากหนังแพะทั้งตัว(ดูแล้วหลายตัวอยู่ T^T) มาผูกติดเพื่อทำให้แพลอยน้ำได้

       หลังจากเที่ยวจนใกล้ถึงเวลารถไฟออกแล้ว ก็ได้เวลาเดินทางไปเมืองตุนหวง เมืองเป้าหมายของทริปนี้สักที
หน้าตาตั๋วรถไฟจีน 
ทำจากกระดาษแข็ง ใช้แสกน QR Code เข้าชานชาลา

พวกเราเดินทางจากเมืองหลานโจวไปเมืองตุนหวงโดยรถไฟเบาะนั่ง (อีกแล้ว เพราะราคาถูกที่สุด :P) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 14 ชม

สภาพภายในรถไฟขบวนที่จะไปเมืองตุนหวง (ใหม่และสะอาดมากกกกก ก.ไก่ ร้อยตัว)

โดยพวกเราเลือกรถไฟเที่ยวกลางคืนเพื่อจะถึงที่หมายเวลากลางวัน แต่สิ่งที่เหนือความคาดหมายอีกแล้วคือ ตอนกลางคืนอุณหภูมิบนรถไฟหนาวมาก หนาวระดับที่นอน ๆ อยู่ตัวแข็งไม่สามารถขยับตัวได้เลย (นึกว่าจะตายก่อนได้เห็นทะเลทรายซะละ) จึงแก้ปัญหาโดยการห่มด้วยผ้ารองเบาะนั่ง (รู้แก่ใจว่าไม่สะอาด แต่ชีวิตบางครั้งก็ไม่มีทางเลือกมากนัก จริงมะ  > <;) 

       
       หลังจากผ่านคืนอันหนาวเหน็บไป ก็ได้ตื่นมาทันดูพระอาทิตย์ขึ้นที่นอกหน้าต่าง วิวแรกที่เห็นในเช้าวันนี้คือ กังหันอันใหญ่บนทรายแห้ง ๆ ท่ามกลางแดด
อ่อน ๆ 


วิวนอกหน้าต่างรถไฟระหว่างทางไปเมืองตุนหวง

      เช้าแล้วสินะ ถึงจะยังไม่ได้อาบน้ำ แต่คิ้วต้องมี หน้าพี่ต้องเป๊ะ ^+++^


       ว่าแล้วก็ถึงเมืองตุนหวงเลยละกัน 555 เมืองตุนหวงเป็นเมืองที่อยู่ทางทิศตะวันตกของจีน เถิบออกไปอีกนิดก็เมืองอูรูมูฉี มณฑลซินเจียง ซึ่งสถานที่แรกที่เราจะไปกันก็คือ ม่อเกาคู 莫高窟 โดยทุกคนเมื่อซื้อบัตรเข้าแล้วจะได้เข้าชมวีดีโอแนะนำสถานที่ก่อน โดยคนต่างชาติจะได้รับหูฟังสำหรับฟังบรรยายเป็นภาษาอังกฤษ

ระหว่างนั่งรอเข้าชมวีดีโอแนะนำม่อเกาคู

บรรยากาศภายในห้องบรรยาย

รถบัสที่จะพาไปสู่ม่อเกาคู

       หลังจากฟังบรรยายจบ ทุกคนจะถูกพาไปขึ้นรถบัสเพื่อเดินทางสู่ม่อเกาคู ใช้เวลานั่งรถประมาณ 15 นาที 
ม่อเกาคู เป็นเขาหินที่ถูกเจาะเป็นห้อง ๆ จำนวนมาก ภายในห้องแต่ละห้องมีพระพุทธรูปสลักจำนวนมาก เล็กบ้าง ใหญ่บ้าง เป็นร่องรอยแสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองของพุทธศาสนาในอดีตได้เป็นอย่างดี 
*** บริเวณภายในถ้ำไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพ ***
       ผู้เข้าชมจะถูกแบ่งเป็นกลุ่ม ๆ มีหูฟังสำหรับฟังบรรยายให้ทุกคน มีไกด์จีนบรรยายประจำกลุ่มตลอดการเยี่ยมชม
อุปกรณ์ฟังบรรยาย
แปลงร่างเป็นทัวร์จีนโดยสมบูรณ์แบบ :P




       หลังจากเดินชมม่อเกาคูแล้ว ก็ได้เวลาไปดูทะเลทรายและอูฐ อู๊ด อู๊ดดดด  \^0^/ ทะเลทรายที่กำลังจะไปมีชื่อว่า หมิงซาซาน 鸣沙山โดยพวกเราเลือกยานพาหนะที่เหมาะสมฐานะพวกเราที่สุด นั่นก็คือ รถเมล์ เพื่อเดินทางไปยังทะเลทรายหมิงซาซาน 鸣沙山 ว่าแล้วก็มาดูทะเลทรายกันเต๊อะ

 
นั่งหลังคนขับ เลยได้ชวนคนขับรถเมล์คุยตลอดทาง :P

ทางที่มุ่งสู่ทะเลทรายหมิงซาซาน

ทางเข้าทะเลทราย

 เมื่อเดินขึ้นบนภูเขาทรายจะสามารถมองเห็นเมืองได้ไกล ๆ 



        
      
นางแผดเสียงดังมาก หน้าน้องแบบ อย่าขี่ตรูนะ 555 

        ที่นี่มีกิจกรรมให้เล่น อาทิ เครื่องร่อน รถATV และไฮไลท์คือ น้อนอูฐ ค่าขี่น้องอูฐอยู่ที่ 100 RMB / คน หรือ 500 บาทโดยประมาณ  อูฐที่นำมาให้ขี่จะถูกจับกลุ่ม กลุ่มละ 5 ตัว แต่ละตัวจะถูกร้อยเชือกต่อกัน โดยตัวแรกตัวเดียวจะมีกระพรวนอันใหญ่ห้อยด้วย ทีมเรามี 4 คน ดังนั้นจึงมีคนจีนมาขี่อูฐทีมเดียวกันอีก 1  



  มาถึงทะเลทรายทั้งที มันก็ต้องโพสต์ท่าสวย ๆ อ่ะนะ  เช่นแบบนี้ !        

ภาพที่บีอยากได้...

สิ่งที่บีทำ... 


อีกสักรูป

และนี่คือภาพถ่ายกับทะเลทรายของบี 555
        
      ในทะเลทรายหมิงซาซานยังมีแลนด์มาร์กสำคัญที่หนึ่ง คือ เยว่หยาฉวน 月牙泉 หรือสระเสี้ยวจันทร์ (สระน้ำมีรูปเป็นจันทร์เสี้ยว) เป็นโอเอซิสกลางทะเลทราย ใครจะไปต้องรีบเพราะเจ้าหน้าที่บอกว่าน้ำลดลงทุกปี ๆ ไม่แน่ว่าวันนึงอาจแห้งจนหายไปเลย 


       
   ตกเย็นก็เป็นเวลาไปนั่งรอชมพระอาทิตย์ตก เราไปนั่งรอตั้งแต่ 5 โมงเย็น ปรากฏว่ากว่าพระอาทิตย์จะลับขอบฟ้าก็เป็นเวลากว่า 4 ทุ่ม เหตุเพราะประเทศจีนใหญ่มาก แต่ใช้ Time zone เดียวกัน
      อากาศตลอดวันที่ไป ช่วงเที่ยงถึงบ่ายมีแดด ร้อนนิดหน่อย ช่วงเย็นอากาศจะเย็นลง (รู้สึกเหมือนกรุงเทพฯ อากาศจะร้อนกว่า ชนะเลิศไปเล๊ยยย 555) 
พอดูพระอาทิตย์ตกเสร็จ กลับออกมาถนนข้างนอกก้มดูนาฬิกา อืม เที่ยงคืนแล้ว เชรดดดดดดดด เที่ยงคืน !!งานเข้าอีกรอบ ข้างนอกไม่มีรถเมล์วิ่งจ้า โบกแท็กซี่หลายคันก็ปฏิเสธบอกจะกลับบ้าน (โอ้ยยย นึกว่ายืนโบกอยู่แถวสุขุมวิท อโศก พระรามเก้า T^T) กว่าจะได้รถแท็กซี่ที่ยอมไปส่ง พูดจีนขอร้อง วิงวอนกันรัว ๆ (รอดไปอีกครั้ง)    

      เช้าวันต่อมา ระหว่างรอเวลารถไฟเพื่อกลับไปเมืองหลานโจว  ก็ได้แวะไปวัดเหลยอินซื่อ 雷音寺 
 ทางเข้าวัดเหลยอินซื่อ

ด้านในวัด

ภาพวาดฝาผนังวัด 



       เมื่อเดินชมวัดเสร็จแล้วก็นั่งรถเมล์ไปพิพิธภัณฑ์เมืองตุนหวง โบราณวัตถุภายในที่จัดแสดงล้วนเกี่ยวข้องกับเส้นทางสายไหมทั้งสิ้น
กำแพงเมืองจีนและเส้นทางสายไหมภายในเมืองตุนหวง ในยุคฮั่น



 


รูปปั้นจำลองภายในม่อเกาคูที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์เมืองตุนหวง

       เมืองตุนหวง เป็นเมืองเล็ก ๆ นั่งรถไป ๆ มา ก็วน ๆ อยู่กับสถานที่เดิม ๆ ซึ่งที่ผ่านบ่อยสุดเยี่ยงอนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ก็คือ วงเวียนอนุเสาวรีย์เทพธิดาดีดผีผากลับด้าน (反弹琵琶)

วงเวียนอนุเสาวรีย์เทพธิดาดีดผีผากลับด้าน (反弹琵琶)

        แล้วก็ถึงเวลาที่ต้องเดินทางไปสถานีรถไฟเพื่อกลับเมืองหลานโจว 

หน้าทางเข้าสถานีรถไฟเมืองตุนหวง

เมื่อนั่งรถไฟกลับถึงเมืองหลานโจว ระหว่างรอเที่ยวรถไฟกลับปักกิ่ง ก็ได้ไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์เมืองหลานโจว (ไม่เสียค่าเข้า)

ด้านหน้าพิพิธภัณฑ์


เครื่องดนตรีสมัยโบราณ



เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์เมืองหลานโจวเสร็จก็ถึงเวลาต้องเดินทางกลับไปเมืองปักกิ่ง และจากเมืองปักกิ่งนั่งรถไฟความเร็วสูงกลับเมืองเทียนจิน เป็นอันสิ้นสุดการเดินทาง

ไม่มีคนเลย เหมารถไฟความเร็วสูงกลับเทียนจินสวย ๆ :P



       

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ล่าหิมะ ณ เมืองจี๋หลิน ฉางชุน ฮาร์บิน